| Unchalee 的个人资料Ashlee照片日志列表 | 帮助 |
|
6月23日 5 YEARS in Yip In Tsoi & Coวันนี้จะเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับช่วงเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ที่ทำงานอยู่กับ บริษัท ยิบอินซอย จำกัด ตั้งแต่สิ้นเดือนนี้ไปก็จะพ้นสภาพพนักงานของบริษัทนี้แล้ว ช่างน่าใจหายจริงๆ
5 ปีที่ผ่านมาเริ่มต้นทำงานวันแรกก็ทรหดมาก ๆ เลิกเที่ยงคืนเพราะต้องอยู่ทำ proposal ยื่นให้กระทรวงพาณิชย์ จำได้ติดใจเลย ที่นี่มันโรงงานนรกหรือป่าววะ แต่ด้วยเป็นคนที่ยังไงก็ได้ อะไรก็ได้ ก็เลยทำงานไปด้วยความงงงวย และบอกตัวเอง ต่อไปนี้สงสัยจะลำบากซะแล้วเรา
ตำแหน่งที่ทำตั้งแต่ต้นจนจบก็คือ Admin Officer ไม่ใช่ Admin System นะคะ เพราะฉะนั้นก็คืองานธุรการทั่วไปเท่านั้นเอง เป็นผู้ช่วย Sales ในการทำงานเอกสารต่างๆ จากวันแรกผ่านไปไม่ถึงสองเดือน จากหน่วยงานเดิมที่สังกัดอยู่ ก็ถูกอีกหน่วยงานหนึ่งดึงไป under คือแผนก ES ที่ทำอยู่จนถึงปัจจุบันนี้ ซึ่งจะมีเพื่อนที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันเป็นเพื่อนร่วมงาน สลับสับเปลี่ยนไป ๆ มา ๆ จนมาได้เป็นทีม Admin ที่สนิทสนมกันมาก ๆ เลยทำให้เวลาที่ผ่านไปมันช่างรวดเร็วเหลือเกิน
ช่วงเวลาระหว่างนั้นก็มีเรื่องเกิดขึ้นกับเราแปลก ๆ อยู่ 2-3 เรื่อง เรื่องแรกคือถูกขโมยเงิน โดยน้องสาวของเพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง ซึ่งมาทำงานเป็นเด็กฝึกงานผู้ช่วยเรา แรก ๆ ก็หายทีละนิดละน้อย แถมไปนั่งปรับทุกข์กับเค้าว่าเนี่ยเงินหาย ทำไงดี (ดันเสือกมาปลอบใจตรูด้วยนะนังนี่) จนทำให้เราไปสงสัยพี่อีกคน ซึ่งไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย แต่ก็ไม่เคยไปเอาเรื่องใคร ได้แต่เก็บงำแล้วก็ชดใฃ้เงินไปตามระเบียบ สุดท้ายน้องเค้าย้ายไปทำงานแทนพี่เค้าที่ออกไป เลยไปขโมยเงินพี่อีกคน ซึ่งพี่กานดาก็โดนขโมยโทรศัพท์ และพี่อ้อโดนขโมยเงิน แต่พี่กานดาเจ๋งกว่า สามารถวางแผนจับคนร้ายได้อย่างแยบยล เลยต้องตามตัวพี่สาวมาชดใช้เงินคืนให้ (เราโดนไปสามพันได้คืนมา 2 พันมั้ง -_-") สรุปตั้งแต่น้องคนนั้นออกไป ออฟฟิสก็กลับมาสงบสุข
เรื่องต่อมาเกิดขึ้นกับสุขภาพของเราเอง จู่ ๆ ช่วงเดือนเมษายนประมาณ 3 ปีที่แล้วเราก็มีอาการปวดท้องเหมือนจะเป็นโรคกระเพาะ ไปหาหมอวนเวียนอยู่ที่รพ.หัวเฉียว เพราะเป็นประกันสังคม มันไม่หยุดปวดเลยซักวันเดียว ไปหาทีก็เจอหมอเวรไม่ซ้ำหน้า โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ ก็คิดจะมาปวดอะไรเอาตอนนี้วะ อยากเที่ยวจะตายอยู่แล้ว ได้ยามาจนจะครบในลิสต์ยาชั้นต่ำแล้ว ก็ไม่หาย สุดท้ายหมอจะนัดสอดกล้องแล้ว พี่กานดาทนไม่ไหว น้ำหนักลดไปเหลือ 51 กว่าๆ จาก 58 ภายในระยะเวลาเกือบเดือน แทบจะยืนไม่อยู่ แถมต้องมาทำงานตรากตรำ พี่กานดาทนไม่ได้เลยพาเปลี่ยนโรงพยาบาล ปรากฏหมอจับชีพจร บอกฟันธง เป็นไทรอยด์ชัวร์!! แล้วไทรอยด์คืออะไร? คลิก ตอนนั้นรู้สึกซึ้งน้ำใจของพี่กานดามาก สำหรับคนที่รู้ว่าเราเป็นแล้วทำเหมือนไม่สนใจ ยังคงหน้ามึนให้งานทำต่อไป อันนี้ไม่ปลื้มมมม ค่ะ
อีกเรื่องคือ ระหว่างที่ทำงาน เราก็จะมีออกไปสัมภาษณ์งานบ้าง มีที่นึงที่เพื่อนแนะนำมาไปสัมภาษณ์งาน sales บริษัทเกี่ยวกับไอที ซึ่งเราก็ไม่ได้อยากไปแต่อารมณ์ส้นตีนติดคอไม่กล้าปฏิเสธ ก็เลยไปสัมภาษณ์ดู จาก profile เรามันไม่ได้เกี่ยวกับ field นั้นโดยตรงอยู่แล้ว แต่คนสัมภาษณ์ (ภาษาอังกฤษ) ก็ไล่บี้ๆๆๆๆๆๆ แบบจะให้ตรูบอกเลยว่าจะขายใคร มีลูกค้าหรือป่าว ประมาณนั้นแต่เลวร้ายกว่าเยอะ ช่วงท้ายๆ เลยยอมให้มันพ่นๆๆ แถมเสือกด่าอีก ไม่พร้อมไม่ควรมา เอ๊า ก็เพื่อนกรูบอกว่านายอยากคุยด้วย ไม่งั้นกรูจะมาทำพระแสงอะไร หงุดหงิดอย่างมาก เหมือนโดนดูถูก แต่พอนั่งรถกลับออฟฟิส ไปเจอบรรยากาศเฮฮาเหมือนเดิม อารมณ์แบบ home sweet home มาก ๆ ถึงจะมีปัญหาอะไร แต่เพื่อนก็สามารถช่วยได้ มีไรคุยกันได้ ถึงแม้จะมีบางเรื่องที่ไม่ชอบใจในนิสัยส่วนตัวหรือการทำงานของบางคน เราก็สามารถมองข้ามไปได้เป็นส่วนใหญ่ รู้สึกดีขึ้นจริงๆ
ทุกปลายปี ทางแผนกเราจะจัด kicked off ประจำปี ซึ่งจะพาพนักงานไปพักผ่อนต่างจังหวัด เรียกได้ว่าพักผ่อนจริงๆ ยกเว้นปีล่าสุด ขนไปทั้งบริษัท วุ่นวาย และต้องมีคิดการแสดง มีเล่นเกม โคดเกลียดเลย แต่ดีที่มีออกบูท เลยไม่ต้องไปเล่นเกมวันแรก อิอิ รอดตัวหวุดหวิด เวลาไปก็จะให้พวกเรากันเองเลือกว่าจะไปไหน มีพี่กานดาเป็นแม่เรือใหญ่ โดยปีแรกไป พัทยาปาร์ค มีเครื่องเล่นเฮฮา หนุกหนาน ตอนนั้นแผนกเรายังคนไม่เยอะ ไปรสบัสคันเดียว แล้วมีขับรถตามๆ กันไปอีก เป็นปีแรกที่จัดและสนุกที่สุดตั้งแต่มีมา ปีที่สองไปรีเจ้นท์ ชะอำ ปีนี้ได้ห้องพักหรูหราทีเดียว จัดได้ว่าได้ห้องดีที่สุดตั้งแต่ไปมาเลย ส่วนปีที่สามและสี่ไป ไอยสวรรค์ รีสอร์ท แอนด์ สปา ปีที่สี่คือปีที่ไปรวมทั้งบริษัท ตามธรรมเนียมคือคืนแรกจะนั่งล้อมวงเล่นไพ่ คืนสองไปเที่ยวกลางคืน แต่ละคนก็จะหลุด ๆ เป็นช่วงเวลาที่เมาปลิ้นกันทุกคน แต่พอวันรุ่งขึ้นต้องกลับบ้าน ทำอย่างกะจะตาย เพราะเมาค้างกัน 555 มีปีที่ 4 นี่แหละ ที่ไม่ได้ไปเที่ยว เนื่องจากคืนแรกมาก็ดึกแล้ว เพลีย ๆ เลยไม่ได้เล่นไพ่ มาเล่นคืนที่สอง (แอบหนีงานแสดงของส่วนรวมที่น่าเบื่อโคด ๆ กันหมด) สนุกกว่าทุกปี เพราะมีแต่เด็ก ๆ เล่น แล้วน้องนินีเป็นเจ้ามือ มีพี่ใหม่โหมดเมาปลิ้นมาแซวข้างวง เล่นเอาขำกรามค้าง วีรกรรมพี่ใหม่ยังคงโดนกัดอยู่จนถึงทุกวันนี้ ความสุขก็จะมากระจุกรวมกันช่วงปลายปีนี่แหละ หลังจากทำงานหนักมาทั้งปี ก็จะคลายเครียดไปได้เยอะเลย กลับมาก็จะมีวีรกรรมของแต่ละคนมาแซวเล่นกัน หนุกหนาน ๆ
คุยเรื่องการทำงานบ้าง ช่วงที่ทำงานบางช่วงจะว่างมาก บางช่วงจะยุ่งมากกกกก โดยเฉพาะช่วงหลังที่รับงานจากพี่พิมมากระบุงนึง ทำให้งานหลักค่อนข้างยุ่ง แถมงานรองก็คอยแวะเวียนมาหาเรื่อยๆ โดยจะมีเพื่อนสานคอยเตือนว่า การที่เราทำงานเยอะ ก็จะทำให้เราทำงานเก่ง อืมม ก็จริง ก็เลยทำได้ทุกอย่าง ก็เลยเป็นเป้าหมายของ sales ในการใช้งานทำ proposal ซึ่งมีอยู่ 3-4 งานที่โหด ๆ ส่วนใหญ่จะเป็นของ bank team ที่ต้องอยู่ถึงเช้าหรือต้องมาทำเสาร์-อาทิตย์ เช่นโปรเจ็ค GHB, KTB, KCS, MOF, SCIB เป็นต้น เล่นเอาเดี้ยงกันไปเป็นแถบ ๆ บางคนที่ไม่รู้ก็จะคิดว่าเออมันทำอะไรกันเนี่ยอยู่กันขนาดนั้นทำไมไม่ขอกลับก่อน หุหุ ถ้ากลับก่อนได้คงดี พอดีไม่มีเหตุผลอ้าง จะให้โกหกก็ไม่ทำหรอก หน้าด้านไม่พอ ส่วนที่บ้านที่เป็นห่วง ก็จะอธิบายให้เขาเข้าใจว่าเราจำเป็นต้องทำ ไม่งั้นก็ไม่มีใครทำ ไม่ได้สงสารเซลส์ที่ไม่มีคนช่วยแต่ตัดปัญหาเกี่ยงกันทำงานไป มีล่าสุดที่เพื่อนบพิตรนัดกินข้าวบ้านเอ ที่นัดกันล่วงหน้ามานานมาก แล้วเราก็ไม่ได้เจอเพื่อนนานแล้ว แต่ดันมา request ให้เราช่วยทำงานวันเสาร์ โกรธมากที่โดนแบบนั้น แต่ทำไงได้ ไม่งั้น sales ก็ไม่มีคนช่วย สุดท้าย effect ไปตกที่ admin team ซึ่งปัญหาก็จะวน loop เดิม เลยตัดปัญหาข้ามวงจรอุบาทว์นี้ไป ก็รับปากว่าไปครึ่งวัน แล้วเดี๋ยวไปบ้านเพื่อนต่อ แล้วค่อยกลับมาช่วยทำ ซึ่งระยะทางไม่ใช่ใกล้ๆ ฝ่ายทีมก็พยายาม convince ไม่ให้ไป ฝ่ายเพื่อนก็โทรมาตาม บอกให้โดด ๆๆๆ ฝ่ายเรา...ไม่มี สุดท้ายก็แก้ปัญหาโดยไปทำงานก่อน ซึ่งฝ่ายsales เองที่ไม่มีงานให้ทำ ก็เลยออกไปหาเพื่อน จากสีลมไปบางใหญ่ กว่าเพื่อนจะมาครบ จะลงตัว กำลังจะกินข้าว sales โทรมาตาม เราก็ทำไงล่ะ เพื่อนก็บอก เดี๋ยวไปส่ง แต่แม่งก็ยังนั่งเล่นเฮฮากันอยู่ เราก็ร้อนใจ แบบเป็นคนดีจัด รับผิดชอบงานสูง เลยโทรไปหา sales ถามว่าน้องอีกคนที่จะมาล่ะ ยังไม่มาหรอ เค้าบอกไม่มาแล้ว เหตุผลคือถ้าว่างจะเข้าไปช่วย เท่านั้น!! อ้าววว ทำไรอยู่หรอคะ กู้ชาติอยู่หรือไง ถึงไม่ว่าง (อารมณ์ตอนนั้นคิด) แต่สุดท้ายทาง sales เค้าหาคนอื่นมาช่วยทำแทนแล้วก็เลยไม่ต้องไปแล้ว ก็รู้สึกผิดนิดหน่อย แต่ก็คิดนะงานนี้คนที่ผิดไม่ใช่เรา แอบเข้าข้างตัวเองบ้าง เราก็จัดสรรเวลาให้เต็มที่แล้ว แต่มันไม่อำนวยจริงๆ แล้วตั้งแต่ทำมาก็มีครั้งนี้ที่ปฏิเสธ ซึ่งคนอื่นปฏิเสธตลอด เราก็เลยคิดว่าเราไม่ผิด โฮะ ๆ
จนมาถึงช่วงเวลาที่ตัดสินใจย้ายงาน ก่อนนี้จะสมัครงานใน field ; sales, marketing ตลอด โดยที่ก็ไม่รู้ตัวเหมือนกันว่าจะไปทำอะไร เพราะที่ผ่านมาไม่มีประสบการณ์เท่าไหร่ ก็สมัครไปเรื่อยๆ แต่ไม่เรียกเลย ผ่านไปปีกว่า มาดู resume อ้าวตรู เขียนเบอร์โทรศัพท์ผิด แม่จ้าววววววววววววววววววววววว ทำไมๆๆๆๆๆๆๆ นั่งด่าตัวเองแล้วก็หัวเราะหึหึหึหึหึหึ เวรจริงๆ ส่วนเวลาสมัครก็จะผ่าน jobsdb, jobtopgun บ้าง แต่จะใช้ก๊อบ e-mail มาส่งเองมากกว่า ซึ่งหลัง ๆ นั่งบอกตัวเอง เก่งอะไรก็ทำแบบนั้นเหอะ อย่าดิ้นรนเลยตัว ก็เลยไปสมัครกับ head hunter แห่งหนึ่ง ซึ่งจะเรียกให้ไปสัมภาษณ์กับบริษัทญี่ปุ่นเป็นส่วนใหญ่ แต่ที่นี่ห่วยมาก ไม่แสกนงานเลย หลังๆ เลย ignored เว้นไปพักหนึ่งก็มาสมัครเอง โดยมองหาตำแหน่ง sales-co, admin, purchasing เป็นหลัก ก็ได้ไปสัมภาษณ์อยู่สองที่ คือที่ heineken และ Häfele ที่แรกชวดไปเพราะตอนสัมภาษณ์หัวหน้าที่มาคุยแม่งคุยแค่ 5 นาทีแล้วก็ไป งานมันยุ่งมากๆๆ แบบไม่ทันได้คุยไรเลย โดนใครไม่รู้โทรลากไปทำงานต่อ คิดว่าไม่ได้ผิดที่เรานะ แต่ก็ไม่ได้โทรไปถามเหตุผล (เพื่อนบอกว่าควรโทรแต่ไม่รู้ว่ามันโทรกันได้) ส่วนอีกที่คือที่จะได้ไปทำงานที่ใหม่ในตำแหน่ง Overseas Purchasing บริษัทก็ดูดีนะ ทุนจดทะเบียนก็เยอะอยู่ น่าจะมั่นคง ก็เลยตัดสินใจเอาที่นี่แหละ (เหมือนจะมีให้เลือก) ไปตายเอาดาบหน้าเถิด..อัญชลี ดีกว่าต๊อกต๋อยในยิบอินซอย โดยรวม benefit ที่ได้ก็ดีกว่าด้วย เสียแค่ระยะทางที่ไกลโพ้นนน ล่อซะเกือบถึงบางนา ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยไปไกลขนาดนั้น แต่ก็เอาเหอะ อย่างเพื่อนแมนก็มาทำงานจากบ้านแถวแจ้งวัฒนะเงี้ย สานก็สาย 3 พี่นกจากบางแค บางคนอยู่นู่น รังสิต ยังมาทำยิบอินซอยได้เลย เราก็ต้องปรับปรุงตัวบ้าง ยังไงก็น่าจะดีกว่าอยู่เป็นทาสรับใช้ sales ที่นี่ล่ะ ส่วนอนาคต .. Nobody knows
สุดท้ายความรู้สึกที่มีต่อเพื่อนร่วมงาน เป็น positive ซะส่วนใหญ่ ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีปัญหากับเพื่อนร่วมงานถึงขั้นรุนแรงเลย บางคนบอกอยู่ที่อื่นไม่ดีเหมือนที่นี่นะ ก็จริง แต่สุดท้ายงานเลี้ยงก็ต้องมีวันเลิกรา ต่างคนต้องไปเติมเต็มชีวิตของตัวเอง เราก็ผ่านการเปลี่ยนมาแล้ว 2 ครั้ง แต่ไม่เคยทำงานนานถึง 5 ปีแบบนี้มาก่อน ค่อนข้างจะผูกพัน และหวาดกลัวกับการเริ่มต้นใหม่ แต่ด้วยความจำเป็นในด้านอาชีพการงานและสวัสดิการส่วนตัว ก็ทำให้เราต้องตัดสินใจ Keep Walking แล้วก็ได้แต่หวังว่าสิ่งที่เราได้ทำให้บริษัท ยิบอินซอย ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้าย มันจะมีความหมายต่อบริษัท และเพื่อนร่วมงานที่เราได้ร่วมงาน และไม่ได้ร่วมงานด้วย ทุก ๆ คน (ซึ้งซะไม่มีอะ)
"Goodbye To You"
click to listen
Of all the things I've believed in 6月15日 ไม่ยอมยกธงI will go down with this ship And I won't put my hands up and surrender There will be no white flag above my door I'm in love and always will be ชอบท่อนฮุคเพลงนี้มากเลย ฟังทีไรแล้วมีแรงฮึดขึ้นมาทันที สู้ต่อไป! อัญชลี 6月9日 ด้านมืดจริง ๆ เขียนไปเยอะและ แต่ลบดีกว่า แพ้ความละอายของตัวเองจนได้
เอาเป็นว่าทำชั่ว เถียงแม่ ทะเลาะและต่อว่าเค้าไปอย่างเยอะ
เนื่องจากความคิดที่ถูกสั่งสอนจากหนัง สารคดี หรืออะไรก็ตามที่เกี่ยวกับครอบครัว
มันบอกตัวเองว่าที่เป็นแบบนี้เพราะพ่อแม่ไม่สั่งสอน บวกกับอารมณ์ขาดความอบอุ่น
มันเพิ่งจะมาแตกกระจายเอาเมื่อกี๊ กลายเป็น pat ในภาค lex luthor โคด ๆ
ตกลงกรูเป็น villian ในครอบครัวนี้ใช่มั้ยเนี่ย หึหึ
เถียงจนโมโห ไทรอยด์ขึ้นประมาณนั้น
สุดท้ายมานั่งคิด ชั่วจริง ๆ เลยกู เถียงแม่ได้ไง
พ่อแม่คือมีผู้มีพระคุณใช่มั้ย ทำไรต้องรับให้ได้ ไม่ว่าดีหรือไม่
แต่กรูไม่เคยเป็นบัวพ้นน้ำในเรื่องนี้เลยจริงๆ ให้ตายเหอะ |
|
|