Unchalee 的个人资料Ashlee照片日志列表 工具 帮助
10月27日

เอ็นเนียแกรมของข้าพเจ้า

รู้สึกจะทำเป็นครั้งที่สองแล้วนะเรา แต่ครั้งแรกจำความไม่ได้ละ ตอนนี้เห็นชาวบ้านเค้าทำกัน ก็อยากทำบ้าง (จัดอยู่ในกลุ่มไหนเนี่ย) อะ เอามาให้เบิ่ง เด้อ ค่า เด้อ...
 
Enneagram Test Results
The Enneagram is a personality system which divides the entire human personality into nine behavioral tendencies, this is your score on each...
 
Main Type
Overall Self
 
กรุณาเปิดดิกเชินนารี่ประกอบ หากคุณคิดว่าแน่จริงก็ไม่ต้อง เข้าไปลองทำได้ที่ลิงค์ Take Free Enneagram Personality Test
 
Enneagram Test Results
Type 1 Perfectionism |||||||||| 40%
Type 2 Helpfulness |||||||||||| 47%
Type 3 Image Focus |||||||||||||| 55%
Type 4 Hypersensitivity |||||||||||||| 52%
Type 5 Detachment |||||||||||||| 60%
Type 6 Anxiety |||||||||||||| 55%
Type 7 Adventurousness |||||||||||| 41%
Type 8 Aggressiveness |||||||||||| 45%
Type 9 Calmness |||||||||||||| 57%
Your main type is 5
Your variant is self pres
 
type score type behavior motivation
5 42  I must be knowledgable and independent to be happy.
9 40  I must be peaceful and easy to get along with to be happy.
3 39  I must be impressive and attractive to be happy.
6 39  I must be secure and safe to be happy.
4 37  I must avoid painful feelings to be happy.
2 33  I must be helpful and caring to be happy.
8 32  I must be strong and in control to be happy.
7 29  I must be high and entertained to be happy.
1 28  I must be perfect and good to be happy.
 
อ่านคำแปลของแต่ละ type ที่ blog deedee
 
 ส่วนตัวเราว่าตรงบางส่วนนะ
10月6日

HOT - AVRIL LAVIGNE

เพิ่งดู mv single ใหม่จากอดีตขวัญใจของเรา น้องเอฟริล เมื่อตะกี๊ single นี้เป็นเพลงที่ฟังเข้าท่าที่สุดสำหรับในชุดใหม่นี้ แต่มาเจอ MV เข้าไปต้องกระอักกระอ่วนอีกครั้งที่เห็นท่าทางประหลาด ๆ จากน้องเค้า เป็น punk แบบเดิมก็ดีอยู่แล้วมาเต้นปลาร้าปลาแจ่วแบบนี้เห็นแล้วกลุ้ม ท่าทางก็ไม่ได้เนียนเหมือน pop girl คนอื่นเค้าทำ ออกจะแข็ง ๆ ซะด้วยซ้ำ อยากจะลุกมาเป็น pussycat dolls กะเค้าบ้างหรือไง อ้อ..ถ้าใครเกิดชอบขึ้นมาล่ะก็ขออภัยเน้อ คนละรสนิยมกันห้ามบ่ได้ดอก ใครอยากลองดูก็คลิกด้านล่างละกัน อาจจะแก้เครียดได้บ้างไม่มากก็น้อย
 
  

ที่ทำงานใหม่

ตั้งแต่ลาออกจากที่ทำงานเก่ามาทำที่ใหม่ได้ 3 เดือนนี่มีเรื่องอยากจะอัพในบล๊อกได้ทุกวัน ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่อง negative อะนะ แต่ก็เขียนมากไม่ได้ เวลาผ่านไปใครมาเจอเข้าเดี๋ยวจะโดนมิใช่น้อย
เริ่มจากต้องปรับสภาพการตื่นนอนจากหน้ามือเป็นหลังเท้า ปกติตอนเช้าจะ chilled ๆ แต่ ณ บัด now ต้องตื่นแต่ตีห้ากว่า แม่เจ้า เพื่อเข้างานให้ทัน 8 โมง คนที่นี่ห้ามสายแม้แต่นาทีเดียว ไม่งั้นจะโดนหักเงิน ส่วนคอมพิวเตอร์ ให้ใช้ได้เฉพาะเรื่องงานเท่านั้น ห้ามเซฟรูปภาพ เพลง สิ่งอื่นใดที่ไม่จำเป็นลงในเครื่อง มิฉะนั้นจะมีคน (นาย) มาแอบลบ ระบบออนไลน์ ได้แค่ e-mail, เว็บของบริษัท, เว็บ microsoft เท่านั้น ไม่ต้องท่องเว็บดูนู่นนี่กันเลย msn ก็เป็นแค่ภาพที่ลางเลือน ต้องเข้างาน 8 โมง แต่เลิก 5 โมง 15 ฮ่วย เลิกงานกลับบ้านทันทีดูเป็นคนมีราคีติดตัว ต้องอยู่เย็นนายชอบ ฯลฯ
 
หลัก ๆ ก็เซ็งจิตกันไปหลายวัน แต่ ๆๆๆ ส่วนใหญ่คนออฟฟิสเค้าก็มีชีวิตแบบนี้ทั้งนั้น ไอ้เรามันเคยอิสระอย่าง 1-2-call อยู่ ๆ ต้องอยู่ในกรอบก็เลยเซ็งกันบ้าง แต่เรื่องงานมันสนุกดี ได้ติดต่อกับ supplier แต่ก็ไม่ได้เปรียบเทียบสินค้าไรมากมายนัก ก็สเต็บออก po อย่างเดิมนั่นแหละ แต่มีบทบาท ใช้หัวมากขึ้น ก็โอเคเจ๊า ๆ กันไป อีกอย่างเราไปทำงานก็ควรจะคิดแต่เรื่องงานเป็นสิ่งที่ถูกต้องอยู่แล้วด้วย แต่เรื่องข้างบนก็มีมากวนใจบ้างเป็นครั้งคราว แต่ที่นี่ก็ fare นะให้ o.t. ทันทีที่กลับเกินเวลาไปครึ่งชม. ไม่ต้องเขียนเบิก และมาถามเหตุผลให้มากความ เค้ากล้าหักแต่ในขณะที่กล้าให้ด้วย ก็เจ๊า ๆ (คนเชียงใหม่หรือป่าวเนี่ย)
 
จริง ๆ ถ้าได้อัพตอนเดือนแรกที่เข้าไปทำงานคิดว่าคงได้บ่นกันยาวยืดกว่านี้ แต่พอผ่านไปมันชิน เลยลืมไปหมดและ แต่ ๆๆๆ ตอนนี้สิ มีเรื่องกวนใจเป็นคนที่ต้องร่วมงาน แม่เจ้า กวนโอ๊ยมั่ก ๆ ค่ะ เล่าไปนี่ออกแนวนินทา แต่กลัวที่ไหนอะ เชอะ ความจริงย่อมเป็นสิ่งไม่ตายแน่นอน (ใจดีสู้เสือเว้ย)
 
คนแรก
เพื่อนร่วมงาน เดิมทีเข้าไปทำพร้อม ๆ กันนี่แหละ เทรนพร้อมกัน ทำงานเหมือนกัน แผนกเดียวกัน กินข้าวด้วยกัน กลับบ้านด้วยกัน เป็นแบบนี้มาได้ 3 เดือนเป๊ะ เข้าเดือนที่ 4 she แปลกไป
เริ่มจากวันหนึ่ง ไปกินข้าวกลางวันปกติ (ในความปกติก็ไม่ปกติ แต่ไม่อยากคิดว่ามันไม่ปกติ) ในขณะที่นั่งปุ๊บกำลังกินข้าว she ก็เงียบ ไม่พูดกับเราซักคำ นั่งกันอยู่ 2 คนอะ ไอ้เราก็ประเภทเอาชนะ ดูซิมันจะคุยก่อนมั้ย เพราะทุกทีเราจะชอบชวนคุยอยู่แล้ว แต่ she ก็ไม่คุย กินข้าวไป 10 นาที เงียบกริบ พี่ข้างโต๊ะหันมาแซว ทำไมกินกันเงียบจัง she ก็นิ่ง เราก็อกจะแตกตาย ฉันไม่เคยไม่พูด แต่จิตไง มันไม่พูด เราก็ไม่พูด สรุป ไม่พูดจนเดินมาจ่ายตังค์ จนเดินเข้าออฟฟิส จนจะเดินไปห้องน้ำ ทนไม่ไหวเลยถาม จะไปห้องน้ำไหม she เลยพยักหน้าตอบอืม โอ๊ย โล่งเลยทีเดียวค่ะ แต่หลังจากนั้นพอทำงานก็ตัวใครตัวมัน พอเลิกงาน she เก็บของไม่บอกกล่าวมายืนบอกที่โต๊ะบอกจะกลับแล้วนะ เราก็ยังติดงานหัวบาน เลยให้กลับไปก่อน แอบคิดว่าคงไม่มีไร คงเครียดน่ะ she เพิ่งย้ายมาอยู่หอแถวที่ทำงานด้วย อาจจะคิดถึงบ้าน หลังจากนั้นเราลาป่วยวันนึง เมื่อวานไปทำงาน she ก็อาการเดิม แต่ดีที่เพื่อนอีกคนมากินข้าวด้วย she เลยคุยเยอะนิดนึง (ลุ้นนะเนี่ย) แต่พอเพื่อนจะชวนไปเดินดูของที่ออฟฟิสเอามาลดราคา she ก็ขอแยกตัวไป พอตอนกลับบ้าน she ก็ไม่กลับกับเรา พอวันนี้ ก็ยังเหมือนเดิม ตอนกลางวันไม่ลงไปกินข้าว ทุกวันเราจะซื้อสับปะรดไปให้ชี เห็นบ่นปวดท้องบ่อย แต่เมื่อวานซื้อมา ไม่กิน พอวันนี้เห็นสับปะรดไปอยู่ที่โต๊ะน้องอีกคน ตอนกลับบ้านวันนี้พอดีนัดเพื่อนไว้ก็เลยแยกกันกลับอีก สรุปคือ she เป็นอะไรไม่รู้ แต่เท่าที่รู้ไม่เคยเจอคนแบบนี้ ทำตัวไม่ถูกจริง ๆ ได้แต่นิ่งแล้วก็คิด ถ้าเค้าไม่อยากคบกับเราก็คงไม่บังคับอะ ปล่อยไปละกัน แต่โคดอึดอัดอะ พยายามขันติ อย่างแน่วแน่
เรื่องของ she มีอีกกระบุงนึง โดยรวมเป็นคนมีความลับเยอะ แต่ชอบหลุดมาประจำ ล่าสุดเพิ่งหลุดจากเพื่อนที่ไปกินข้าวพร้อมกันเมื่อวาน จู่ ๆ ก็ถาม she ว่าแล้วนี่ที่มาทำงานที่นี่ได้ 3 เดือนแล้วแม่รู้ยัง ปรากฎว่าแม่ยังไม่รู้เลย เพราะบอกแม่ไปว่าบริษัทเก่าที่ลาออกมาแล้วส่วมาเทรนงานที่กรุงเทพ เราอยู่ด้วยกันประจำยังไม่รู้ก็งง สิ งง แต่ก็ช่างเค้า ไม่บอกก็ไมได้อยากรู้อยากถาม แบบเนี้ยเป็นคนที่เราไม่ถนัดจะคบด้วยเลย แต่ทำงานด้วยกัน ทำไงได้เนอะ ได้แต่บ่นๆๆ
 
คนสอง
เป็น product manager ที่แนวชอบโชว์เพา ที่สำคัญคือมาหมาหยอกไก่กับเรา อายุอานามทีแรกก็เรียกพี่ ๆ เห็นเป็นคนเก่า ไป ๆ มา ๆ ก็รุ่นเดียวกันเลยเรียกชื่ออย่างเดียว ดันไม่ชอบ มาอ้อนให้เรียกพี่ ๆ .. เดี๋ยวทืบให้ เราก็แกล้งตีซี้ เป็นเพื่อนกัน ก็ยังมาลีลาอวดนู่น โชว์นี่ แบบสไตล์คนโลกแคบ อธิบายไม่ถูก เก่งแต่กับงานก็อวดแต่เรื่องในบริษัท เก่งงู้น ทำได้งี้ รู้ไปหมดนั่นนี่ ก็อดทนฟังไป ยิ้มแย้ม แต่ในใจนี่จะอ้วก แล้วจู่ ๆ ก็ไม่คุยกับเรา (อีกคนและ) เดินผ่านไม่มองหน้า ถามงานก็ตอบเป็นทางการแบบเล่นเอาเราเสร่อเลย ก็ตามน้ำวะ อดทนๆ แต่ก็แอบเล่าให้พี่ manager ฟัง พี่เค้าก็รู้ปัญหาแหละ เพราะไอ้นี่ไปบ่นตัดพ้อเรื่องเรากับพี่เค้าประจำ ก็เลยบอกว่า พี่ช่วยบอกด้วยถ้ารู้ว่าอาการเค้าเป็นอะไรเพราะแพทไม่รู้เค้าเป็นอะไร เค้าก็บอกให้เราทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้นละกัน พอเราพยายามคุยเหมือนเดิม ก็มาเจ๊าะแจ๊ะ งี่เง่าเหมือนเดิม แต่ก็เป็นได้ไม่นาน loop มาสั่งนี่จะเอาทันที จิกตามงานอยู่นั่น แบบฉันไม่ใช่ support แกนะ แต่ไอ้เราก็ยอมเพราะเห็นว่าต้องพึ่งพาเค้า แต่ก็แสดงตัวว่าไม่เล่นด้วย วันนี้วันเกิดเหตุ ส่งเมล์มาสั่งงานจิกๆๆ แถม cc ให้นายดู ในเรื่องที่เราไม่ได้เกี่ยวด้วยเลย ประมาณว่าหาเรื่องว่าเราว่า เราต้องแข็งกับ supplier บ้างเป็นบางครั้งนะ ไอ้เราก็วุ่นไม่ทันได้อ่านรายละเอียดก็เลยใช้เมล์นั้น reply ตอบปัญหา sup ที่ถามไว้ข้างล่างไป มันเลยเมล์มาต่อว่าเราที่ตอบเมล์ให้ sup อ่านในเรื่องที่คุยถึงเค้า แต่ใช้ประโยคแบบ สั่งสอนเลยอะ ไม่ใช่แค่เตือนแบบเพื่อนร่วมงาน เอาให้พี่ manager ดูเค้ายังว่ามันเลยว่ามันยุ่งอะไรด้วยไม่ใช่ purchase ซักหน่อย แต่พอทีแรกที่แพทได้เมล์มาก็เลยขอโทษกลับไปที่ทำให้เค้า upset เพราะคิดว่าเราไม่ได้ระวัง แต่มันเสือกตอบกลับว่าไม่ได้ upset เราเรื่องนี้ แล้วคราวหน้าก็ให้ระวัง ดูให้ดี ๆ ด้วยอะไรประมาณนั้นล่ะ แต่ภาษามันอ่านแล้วสั่งสอนอะ เลยยิ่งหงุดหงิด ก็เลย ryply ทันทีว่าแล้ว then, you're upset about what? แหมทำมาลีลาบอกว่า you know it!! แม่งงง ปรอทแตก ตอบทันที I DON'T KNOW ตัวหนา ๆ เลย แม่งจะลีลาไปถึงไหน ลิเกจริง ๆ เลยมึง มันตอบกลับมาว่า forget it :( ไอ้บ้านี่ โมโหหลุดปากด่ามันออกมา พี่ manager ได้ยินเลยถามว่ามีไร ก็เลยเล่าไปคร่าว ๆ สรุปพี่เรียกเราไปคุยชุดนึง บอกว่าให้อดทน แต่พี่เค้าก็เข้าใจแหละว่าไอ้นั่นมันเป็นอะไรของมันเค้าก็อธิบายให้เราฟัง เราก็รู้อยู่แล้วแต่ก็รับฟัง เพราะไปแก้ไขอะไรไม่ได้อยู่ดีอะ แต่พอเห็นมันเดินผ่านนะ เดินคอตกไปเลย แอบสงสารนะแต่ทำไงได้ หาเรื่องเอง ยังดีที่พี่ manager เค้าเข้าใจเพราะคนอื่นก็เจอเหมือนกัน แต่เป็นเรื่องงานมากกว่า เช่นมีทำ test ก็จะอวดว่าเนี่ยเสร็จแล้ว เสร็จก่อนเลย ลอกผมได้นะ ประมาณเนี้ย จิตหน่อย ๆ อะ
 
บ่นยาวแล้วอะ ขี้เกียจ จบตรงนี้แล้วกัน จะเช้าแล้ววุ้ย